‘บิ๊กตู่’แย้มมีลต.ท้องถิ่น1-2ครั้งก่อนจัดสนามใหญ่

นายกฯแย้มมีเลือกตั้งท้องถิ่น1-2ครั้งก่อนจัดสนามใหญ่ รอดูสถานการณ์  รู้”สมคิด”เตรียมตั้งพรรคหนุน ระบุยังไม่ถูกทาบทาม กวักมือพรรคการเมืองมาคุยก่อน ถึงจะเลือกตั้งได้

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า  จะต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่น 1 หรือ 2 ครั้งก่อนการเลือกตั้งระดับชาติ โดยจะต้องดูสถานการณ์ก่อน ทั้งนี้เชื่อว่าทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเลือกวันไหน คนที่ออกมาโวยวายทุกวันนี้เมื่อถึงเวลาจัดการเลือกตั้ง เขาก็ขานรับพร้อม แต่เมื่อกำหนดการออกมาแบบนี้ ก็มีเสียงคัดค้าน หรือถ้าตนไม่พร้อม มีเวลาไม่เพียงพอ สื่อมวลชนก็จะนำไปขยายความให้คนเหล่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้ทำอะไรกันเลยหรืออย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนตนเอง ว่า วันนี้ยังหารือกันอยู่ก็ให้หารือกันไป ยังไม่เกิดความชัดเจน และตนก็ต้องดูว่าพรรคไหนเป็นอย่างไร เราควรจะสนับสนุนพรรคไหนหรือไม่อย่างไร แต่วันนี้ยังไม่มีใครเชิญตนเลย ส่วนหากพรรคการเมืองมาเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาจะปฏิเสธหรือไม่นั้น ย้ำว่าวันนี้ยังไม่ได้รับแล้วจะไปปฏิเสธยังได้อย่างไร  และยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะมีหลายพรรคบอกว่าจะไม่มาคุย จะเลือกตั้งท่าเดียว เมื่อไม่มาคุยแล้วจะเลือกตั้งได้อย่างไร ต้องมาคุยกันก่อน และย้ำว่าการพูดคุยไม่ได้ผูกมัดอะไร เพราะไม่ได้เชิญมาพูดคุยเพื่อให้แสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ต้องการให้มาพูดคุยว่าจะทำอย่างไรให้กับประเทศ 

เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าขณะนี้มีการเคลื่อนไหวที่จะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่และจะเสนอให้ไปเป็นที่ปรึกษาพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เขาก็คุยกันอยู่ละมั่ง ผมเห็นเขาคุยกันอยู่ แต่เขายังไม่พูดอะไรกับผม และยังไม่มีการทาบทาม แต่ถ้ามีการทาบทามก็ต้องขอคิดดูก่อน ผมบอกแล้วว่าจะต้องพิจารณาใคร่ครวญอีกที ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ นโยบายของพรรคตรงกับที่ผมได้ทำมาแล้วหรือเปล่า มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงและดีขึ้นหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรผมก็ต้องไปเลือกตั้งเหมือนกับคนอื่น ถ้าพรรคนี้ดีผมก็จะเลือกพรรคนี้ จะสนับสนุนพรรคไหนที่ดีแล้วเขามาขอให้ผมไปช่วยผมก็จะพิจารณา ส่วนจะดีหรือจะเสียผมก็ยังไม่รู้เลย”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการประกาศความชัดเจนของตัวเองได้เมื่อใดว่า คงใกล้ที่จะเลือกตั้ง เพราะตนไปเป็น ส.ส.ไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเริ่มมีการพูดคุยผมก็คงมีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ส่วนจะเข้าไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคหรือเป็นแค่สมาชิกพรรคนั้น ตนก็ยังไม่รู้ แต่ทุกคนก็ต้องเป็นสมาชิกพรรค เมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินใจก็ต้องดูว่าเขาจะมาขอให้ไปทำหน้าที่อะไร เพราะให้ไปสมัครเป็น ส.ส.คงไม่ได้ ถ้าจะให้สมัครเป็นอย่างอื่น ก็ต้องดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ แล้วมีใครรับรองได้หรือไม่ว่า เมื่อไปอยู่พรรคการเมืองไหนแล้ว พรรคนั้นจะชนะ

เมื่อถามว่าเพื่อความสง่างาม มองว่า ควรให้ ส.ส. หรือ ส.ว. เสนอชื่อเป็นนายกฯ หรือเป็นนายกฯคนนอก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ถ้าตั้งได้โดยการเสนอชื่อจาก ส.ส.ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ แต่ถ้าขัดแย้งกันมากๆ ตั้งนายกรลฯไม่ได้ ไม่ยอมกัน ก็ต้องเอาคนนอกมาใครก็ได้ ก็ไปเลือกมา

เมื่อถามว่าแต่ขณะนี้ดูเหมือนจะมีชื่อของพล.อ. ประยุทธ์ เพียงผู้เดียว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “สื่อเป็นคนทำให้ฉันเอง ลองยกชื่อคนอื่นเข้ามาเป็นนายกคนนอกบ้าง” เมื่อถามย้ำว่าถ้าไม่ใช่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าควรจะเป็นชื่อใคร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ยังนึกไม่ออก ตัวเองยังไม่ได้นึก

สุดท้ายเมื่อถามว่า ถึงวันนี้ไม่รังเกียจการเมืองแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมเคยรังเกียจใครที่ไหน ผมไม่ได้รังเกียจการเมือง ผมเพียงแต่รังเกียจการเมืองที่ไม่สุจริต ไม่มีธรรมาภิบาล ผมรังเกียจการเมืองที่สร้างความขัดแย้ง พอใจกันหรือยัง หรืออยากจะให้เป็นเหมือนเมื่อปี 2557 หรืออย่างไร ดังนั้นเมื่อเราไม่พอใจการเมืองแบบนั้น ก็ต้องไปเลือกกันแบบใหม่ ส่วนจะเลือกใครก็ตามสะดวกพวกท่านเถอะ แต่ถ้าผมลงไปอยู่ด้วยตรงนี้ มีใครรับประกันได้บ้างว่าผมจะได้ ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันคุ้มค่าหรือเปล่า มันคุ้มค่ากับประเทศชาติและคุ้มค่ากับตัวผมหรือไม่ ซึ่งความคุ้มค่าของผมหมายถึงจะได้ทำงานของผมก็แค่นั้นเอง จะไปคิดอะไรมาก มันเป็นทั้งชะตากรรมและชะตาแบ ที่สื่อถามแบบนี้จะเอาให้ได้กันหรืออย่างไร”.