อภิสิทธิ์ จี้ คสช. ชัดเจน เรื่องปลดล็อคพรรคการเมือง

อภิสิทธิ์ ขอ ให้ คสช. ชัดเจน เรื่องปลดล็อคพรรคการเมือง ไม่ต้องรอพรรคขอ หวั่นไม่เป็นธรรม เชื่อต้องมีเลือกตั้ง ระบุ ปชป. ต้องแข่งกับตัวเองมากกว่าพรรคอื่น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังสงกรานต์ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องไปดำเนินการเรื่องกฎหมายให้เรียบร้อย เพราะขั้นตอนและโรดแมปขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฏหมาย ที่เดิมคาดว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้ กฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ แต่เมื่อมีการยื่นตีความ อาจทำให้ระยะเวลาขยับออกไปอีก ซึ่งปัญหาของพรรคการเมืองมี 2 ประเด็นคือ คำสั่งที่เป็นปัญหาละเมิดสิทธิประชาชน สร้างภาระและความเดือดร้อนโดยไม่จำเป็นให้พรรคการเมือง ซึ่งหากสะสางแล้วเสร็จก็จะทำให้เกิดความชัดเจนว่าจะกระทบกับการเลือกตั้งหรือไม่ และกำหนดการเลือกตั้ง 150 วันว่าจะเริ่มนับวันใด เพราะเป็นอำนาจของหัวหน้า คสช. หากเกณฑ์เวลา หัวหน้า คสช.สามารถลดทอนขั้นตอน ตลอดจนกรอบเวลา 90 วัน หากไม่จำเป็นก็สามารถตัดออกได้ ทุกอย่างจะแก้ไขได้ด้วยกรอบเวลาไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการตีความ หวาดระแวงเป็นปมขัดแย้ง ดังนั้น คสช.ควรที่จะสะสางข้อกฏหมายเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความชัดเจนของพรรคการเมืองใหม่ อีก 2-3 เดือนจะมีความชัดเจนว่ามีพรรคเกินขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายหลังวันที่ 30 เม.ย.ไม่ว่าพรรคเก่าหรือใหม่ ก็ต้องรอ คสช. ปลดล็อคพรรคการเมือง เพราะไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองใดๆ ได้ทำให้เกิดช่องว่าง ดังนั้น คสช.ควรชัดเจน ไม่ใช่รอให้พรรคการเมืองไปขออนุญาต เพราะเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง หาก คสช.อนุญาตเป็นบางพรรค หรืออนุญาตช้าเร็ว จะเกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบและไม่เป็นธรรม ในขณะที่รัฐธรรมนูญต้องการปฏิรูปการเมืองแต่กลับมองว่าพรรคการเมืองผูกกับการเลือกตั้งจนทำให้เกิดความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา จึงขอให้มองพรรคการเมืองเป็นสถาบันที่ต้องดูแลประชาชน จึงขอให้ คสช.ทบทวนแนวคิดเพื่อให้ประเทศเดินไปได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนยอมรับสถานการณ์พิเศษด้วยเหตุผลด้านความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงเท่านั้น แต่จะดำเนินการต่อไปแบบนี้ตลอดคงเป็นไปไม่ได้ เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องแข่งขันกับตนเอง มากกว่าไปแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่น ซึ่งขณะนี้การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคต้องเสนอทางเลือกให้กับประชาชน เพื่อให้ประขาชนเกิดความศรัทธา และอยากเห็นการเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาประเทศแต่ละด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ มากกว่าการถกเถียงการเมืองว่าจะจับมือกับใคร หรือจะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่เพราะจะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย.-สำนักข่าวไทย